สภาพแวดล้อมพื้นที่

สภาพแวดล้อมพื้นที่
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของโครงการควบคุมไฟป่าฯ ดอยฟ้าห่มปกฯ ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มีความสูงตั้งแต่ 400 – 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมียอดเขาที่สำคัญคือดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น และดอยแหลม อันเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยที่สำคัญหลายสาย เช่น ห้วยแม่ใจ ห้วยแม่นาว น้ำแม่กึมหลวง น้ำแม่สาว น้ำแม่ฮ้าง น้ำแม่แหลงฯลฯ เป็นต้น
ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไปนั้น มีอุณหภูมิตลอดปีประมาณ 25.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดอยู่ในเดือนเมษายน ประมาณ 39.1 องศาเซลเซียส และฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม – กันยายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 1,183.5 มิลลิเมตร และมีอากาศเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย 14 – 19 องศาเซลเซียส ยอดดอยมีอุณหภูมิต่ำสุดในช่วงฤดูหนาวประมาณ 2 องศาเซลเซียส สำหรับในช่วงฤดูร้อนประมาณ 14 องศาเซลเซียส 




สภาพป่าและเชื้อเพลิง

ลักษณะสภาพเชื้อเพลิงในเขตพื้นที่โครงการควบคุมไฟป่าฯ ดอยฟ้าห่มปก และข้างเคียงจะขึ้นอยู่กับสภาพป่าแต่ละแห่งเพราะมีสภาพป่า คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขาผสมก่อและป่าดงดิบ

•  สภาพเชื้อเพลิงป่าดงดิบ มีความชื้นสูง ทำให้เกิดไฟป่าในบริเวณนี้น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

•  สภาพป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง สภาพเชื้อเพลิงเกิดจากการร่วงของใบไม้แห้งสะสมในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเมื่อเกิดไฟป่าก็จะลุกลามเชื้อเพลิงเหล่านี้ไปเรื่อยๆ แต่จะไม่รุนแรงหรือทำความเสียหายต่อต้นไม้มากนัก

ป่าดิบแล้ง สภาพเชื้อเพลิงเกิดจากการร่วงหล่นของใบไม้แห้งสะสมในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีวัชพืช เช่น พวกหญ้าคา หญ้าคอมมิวนิสต์ กิ่งไม้แห้งต่างๆ ขึ้นอย่างหนาแน่นและกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเมื่อเกิดไฟป่าขึ้นก็จะไหม้ลุกลามเชื้อเพลิงรุนแรงมาก
ทรัพยากรป่าไม้

ป่าเต็งรัง สามารถพบป่าชนิดนี้ได้ตั้งแต่ระดับความสูง 400 – 600 เมตร พรรณไม้เด่นที่พบส่วนใหญ่ได้แก่ เต็ง รัง เหียง และพืชชั้นล่างที่พบได้แก่ ปรงป่าและเป้ง เป็นต้น ป่าชนิดนี้มักประสบปัญหาไฟไหม้ทุกๆปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง

ป่าเบญจพรรณ เป็นชนิดป่าที่มีการกระจายตัวอยู่ทั่วไปในระดับความสูง ตั้งแต่ 400 – 800 เมตร ในป่าชนิดนี้มีชั้นเรือนยอดประมาณ 2 – 3 ชั้น พรรณไม้ที่พบส่วนใหญ่เป็นไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สัก, ชิงชัง, ประดู่, มะค่าโมง, ไม้แดง, และไม้ตะแบก เป็นต้น ในบางพื้นที่จะพบไผ่ ขึ้นปะปนอยู่เป็นบริเวณกว้าง ในส่วนของพืชชั้นล่างที่พบได้แก่ พืชวงศ์ขิง ข่า คล้า และเฟิร์นชนิดต่างๆ

ป่าดิบแล้ง เป็นสภาพป่าที่พบตามลุ่มหุบเขา ริมห้วยหรือริมลำธารเป็นแนวแคบๆ ที่ระดับความสูงประมาณ 400 – 800 เมตร พรรณไม้ในป่าชนิดนี้ได้แก่ลำดวนดง จำปีป่า, สมพง, มะไฟป่า, ไม้วงศ์ยาง และปอชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังพบไม้ป่าชนิดอื่นๆ ที่ขึ้นปะปนอยู่ เช่น ไม้ไผ่ ซึ่งกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง ตามแนวลำห้วย ส่วนไม้ชั้นกลางเป็นพืชวงศ์ปาล์ม หวายและกล้วยป่า พืชชั้นล่างส่วนใหญ่เป็นพืชวงศ์ขิงข่า ได้แก่ กระทือ ข่าคมและพืชวงศ์คล้า เป็นต้น

ป่าสนเขา เป็นสภาพป่าที่สามารถพบได้ตั้งแต่ระดับความสูง 800 – 1,700 เมตร พบตั้งแต่บริเวณแนวเขตติดต่อชายแดนไทย – สหภาพเมียน์มาร์ ตามแนวสันเขาเส้นทางความมั่นคงลงมาถึงแนวเขตบริเวณบ้านลาน และบริเวณที่มีความชันของพื้นที่ประมาณ 5 – 30 องศา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โล่งพรรณไม้ที่พบส่วนใหญ่เป็นสนสามใบ สนสองใบ และมักพบไม้ชนิดอื่นๆ ขึ้นปะปนอยู่ด้วย

ป่าดิบเขา สภาพป่าส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกตลอดทั้งปี และจัดเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญเนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดลำห้วยหลายสาย สามารถพบป่าชนิดนี้ในระดับความสูง 1,000 เมตร จนถึงบริเวณยอดดอยฟ้าห่มปกและริมตะเข็บแนวถนนสายความมั่นคง ซึ่งสามารถพบไม้ยืนต้นขนาดใหญ่หลายชนิดได้แก่ นางพญาเสือโคร่ง ก่อ อบเชย ทะโล้ เป็นต้น นอกจากนั้นยังพบพืชชั้นล่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ดอกสีสันสวยงาม ได้แก่ บัวทอง หนาดขาว หนาดดำ ผักไผ่ดอย เทียนคำ และเทียนดอยเป็นต้น
สัตว์ป่า

สามารถจำแนกสัตว์ป่าเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เสือปลา, เสือโคร่ง, หมีควาย, หมาใน, กระจง เป็นต้น
นกชนิดต่างๆ เช่น นกติ๊ดหัวแดง, นกขัติยา, นกกระรางอกลาย เป็นต้น
ผีเสื้อและแมลง เช่น ผีเสื้อไกเซอร์ หรือผีเสื้ออมพีเรียล, ด้วง, กว่างซาง เป็นต้น
สัตว์เลื้อยคลาน เช่น กิ้งก่า, งู, เต่า เป็นต้น
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เช่น กบ, เขียด, ปาด, กระท่าง เป็นต้น

Doi PhaHomPok ChiengMai( FIRE0001@GMAIL.COM )
 

View my page on thai gardening





Advertisement
 
 
Today, there have been 1 visitors (3 hits) on this page!
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=